Enterprise IT Support • Bangkok & Nationwide

Technology newsroom

วิธีเช็กส่วนขยาย Chrome ที่ติดตั้งไว้ เสี่ยงขโมยข้อมูลหรือไม่

เรียนรู้วิธีตรวจสอบส่วนขยาย (Extension) ใน Google Chrome เพื่อป้องกันการขโมยข้อมูล เช็กสิทธิ์การเข้าถึงที่น่าสงสัย และลบส่วนขยายที่ไม่จำเป็นออกอย่างปลอดภัย เพื่อให้คุณท่องเว็บได้เร็วและมั่นใจยิ่งขึ้น

เรียบเรียงโดย SyncTech Solution เผยแพร่ อ้างอิง Help Desk Geek
วิธีเช็กส่วนขยาย Chrome ที่ติดตั้งไว้ เสี่ยงขโมยข้อมูลหรือไม่

ส่วนขยาย (Extension) ของ Chrome เป็นเครื่องมือเล็กๆ ที่ช่วยเพิ่มความสามารถให้เบราว์เซอร์ของเราทำงานได้ดั่งใจ แต่คุณเคยสงสัยไหมว่าส่วนขยายที่ติดตั้งไว้นั้นปลอดภัยจริงหรือไม่ บทความนี้จาก SyncTech Solution จะพาคุณไปตรวจสอบส่วนขยายทั้งหมดอย่างละเอียด เพื่อให้คุณใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างสบายใจยิ่งขึ้น

### เข้าใจก่อนแก้: ทำไมส่วนขยายถึงมีความเสี่ยง?

ส่วนขยายก็เหมือนกับแอปพลิเคชันขนาดเล็กที่ทำงานอยู่บนเบราว์เซอร์ของคุณ ในการทำงาน ส่วนขยายจำเป็นต้องขอ “สิทธิ์” (Permissions) เพื่อเข้าถึงข้อมูลบางอย่าง เช่น ประวัติการเข้าชมเว็บไซต์, ข้อมูลที่คุณกรอกในฟอร์ม, หรือแม้กระทั่งเนื้อหาทั้งหมดในหน้าเว็บที่คุณเปิด

ปัญหาคือ ส่วนขยายบางตัวอาจขอสิทธิ์เกินความจำเป็น เช่น ส่วนขยายสำหรับแคปหน้าจอ อาจไม่จำเป็นต้องขอสิทธิ์ “อ่านและแก้ไขข้อมูลทั้งหมดของคุณบนเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม” ก็ได้ การให้สิทธิ์ที่มากเกินไปก็เหมือนกับการยื่นกุญแจบ้านให้คนแปลกหน้า พวกเขาสัญญาว่าจะเข้ามาช่วยจัดของ แต่ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าเขาจะไม่รื้อค้นลิ้นชักส่วนตัวของคุณ

ที่น่ากังวลกว่านั้นคือ ส่วนขยายที่เคยดีและปลอดภัยอาจถูกขายต่อไปให้ผู้พัฒนาคนใหม่ที่มีเจตนาไม่ดี พวกเขาอาจปล่อยอัปเดตที่แอบแฝงโค้ดสำหรับขโมยข้อมูลหรือแสดงโฆษณากวนใจเข้ามา ดังนั้น การตรวจสอบส่วนขยายอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องสำคัญ

### ก่อนเริ่ม: เตรียมตัวให้พร้อม

ก่อนจะลงมือตรวจสอบและจัดการส่วนขยาย ให้ใช้เวลาสักครู่เพื่อเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งจะช่วยให้กระบวนการราบรื่นและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. **จดรายการส่วนขยายที่จำเป็น:** ลองนึกดูว่าในแต่ละวันคุณใช้ส่วนขยายตัวไหนทำงานเป็นประจำบ้าง เช่น ตัวจัดการรหัสผ่าน, ตัวบล็อกโฆษณา, หรือเครื่องมือแปลภาษา การมีรายการนี้ในใจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าตัวไหนควรเก็บไว้ และตัวไหนที่ไม่ได้ใช้จนลืมไปแล้ว
2. **ไม่ต้องกังวลเรื่องการติดตั้งใหม่:** หากคุณลบส่วนขยายออกไปแล้วพบว่ายังจำเป็นต้องใช้ ก็สามารถกลับไปติดตั้งใหม่ได้จาก Chrome Web Store ทุกเมื่อ ข้อมูลการตั้งค่าส่วนใหญ่จะหายไป แต่ก็ดีกว่าการเก็บความเสี่ยงไว้ในเครื่อง

### วิธีทำอย่างปลอดภัย: ตรวจสอบและจัดการส่วนขยายใน 5 ขั้นตอน

ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้เพื่อตรวจสอบส่วนขยายทั้งหมดที่ติดตั้งอยู่ใน Google Chrome ของคุณ

**ขั้นตอนที่ 1: เปิดหน้าจัดการส่วนขยาย**
* **WHAT:** เข้าถึงหน้าเว็บที่รวบรวมส่วนขยายทั้งหมดที่ติดตั้งไว้
* **WHERE/HOW:** คลิกที่ไอคอนจุดสามจุด (เมนู) มุมบนขวาของ Chrome > เลือก **ส่วนขยาย (Extensions)** > เลือก **จัดการส่วนขยาย (Manage Extensions)** หรือพิมพ์ `chrome://extensions` ลงในช่องที่อยู่เว็บแล้วกด Enter
* **WHY:** เพื่อให้เห็นภาพรวมของส่วนขยายทั้งหมดในที่เดียว ทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบและจัดการ
* **EXPECTED RESULT:** คุณจะเห็นหน้าเว็บที่แสดงรายการส่วนขยายทั้งหมดเป็นกล่องๆ พร้อมปุ่มเปิด/ปิด และปุ่มสำหรับดูรายละเอียดหรือลบออก

**ขั้นตอนที่ 2: สำรวจและระบุส่วนขยายที่ไม่คุ้นเคย**
* **WHAT:** มองหาส่วนขยายที่คุณจำไม่ได้ว่าติดตั้งเมื่อไหร่ หรือไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานแล้ว
* **WHERE/HOW:** บนหน้าจัดการส่วนขยาย ให้เลื่อนดูรายการทั้งหมดอย่างช้าๆ ถามตัวเองว่า “ฉันยังใช้ตัวนี้อยู่ไหม?” หรือ “ฉันติดตั้งตัวนี้มาเพื่ออะไร?”
* **WHY:** ส่วนขยายที่ถูกลืมคือความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น การกำจัดออกไปคือวิธีที่ง่ายที่สุดในการลดช่องโหว่
* **EXPECTED RESULT:** คุณอาจพบส่วนขยาย 1-2 ตัว (หรือมากกว่า) ที่ติดตั้งไว้นานแล้วแต่ไม่ได้ใช้งาน ซึ่งเป็นเป้าหมายแรกๆ ที่จะตรวจสอบในขั้นต่อไป

**ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบ “สิทธิ์” การเข้าถึงข้อมูล (สำคัญที่สุด)**
* **WHAT:** ดูว่าส่วนขยายแต่ละตัวขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลอะไรของเราบ้าง
* **WHERE/HOW:** ในกล่องของส่วนขยายที่ต้องการตรวจสอบ คลิกที่ปุ่ม **รายละเอียด (Details)** จากนั้นเลื่อนลงมาดูในส่วน **สิทธิ์ (Permissions)** หรือ **การเข้าถึงเว็บไซต์ (Site access)**
* **WHY:** นี่คือหัวใจของการตรวจสอบความปลอดภัย ให้สังเกตสิทธิ์ที่ดูน่าสงสัยเป็นพิเศษ เช่น
* **“อ่านและเปลี่ยนแปลงข้อมูลทั้งหมดของคุณบนเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม” (Read and change all your data on all websites):** นี่คือสิทธิ์ที่อันตรายที่สุด เพราะมันสามารถอ่านรหัสผ่าน, ข้อมูลบัตรเครดิต, หรือแอบเพิ่มโฆษณาเข้ามาในเว็บได้ หากส่วนขยายนั้นไม่ใช่เครื่องมือที่จำเป็นต้องใช้สิทธิ์นี้จริงๆ (เช่น ตัวจัดการรหัสผ่าน) ควรพิจารณาลบออกทันที
* **“อ่านประวัติการเข้าชมของคุณ” (Read your browsing history):** ส่วนขยายนี้สามารถติดตามได้ว่าคุณเข้าชมเว็บอะไรบ้าง ซึ่งอาจถูกนำไปใช้เพื่อสร้างโปรไฟล์ทางการตลาดหรือขายข้อมูลต่อได้
* **EXPECTED RESULT:** คุณจะเข้าใจว่าส่วนขยายแต่ละตัวสามารถทำอะไรกับข้อมูลของคุณได้บ้าง และสามารถระบุได้ว่าตัวไหนขอสิทธิ์เกินความจำเป็นในการทำงานของมัน

**ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบความน่าเชื่อถือจากหน้าร้านค้า**
* **WHAT:** ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนขยายและผู้พัฒนาจาก Chrome Web Store
* **WHERE/HOW:** จากหน้า **รายละเอียด (Details)** ของส่วนขยาย ให้คลิกที่ลิงก์ **ดูใน Chrome เว็บสโตร์ (View in Chrome Web Store)** เมื่อไปที่หน้าร้านค้า ให้ตรวจสอบ:
* **รีวิวล่าสุด (Reviews):** เลือกเรียงตาม “ล่าสุด” (Most recent) เพื่อดูว่ามีผู้ใช้คนอื่นแจ้งปัญหาเรื่องโฆษณา, การทำงานช้าลง, หรือพฤติกรรมน่าสงสัยหลังจากอัปเดตล่าสุดหรือไม่
* **นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy policy):** ส่วนขยายที่ดีควรมีลิงก์ไปยังนโยบายความเป็นส่วนตัวที่ชัดเจน
* **WHY:** เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการตัดสินใจจากผู้ใช้คนอื่นๆ และตรวจสอบความโปร่งใสของผู้พัฒนา
* **EXPECTED RESULT:** คุณจะมีข้อมูลมากขึ้นว่าส่วนขยายนั้นยังน่าเชื่อถืออยู่หรือไม่

**ขั้นตอนที่ 5: ลบส่วนขยายที่น่าสงสัยและไม่จำเป็นออก**
* **WHAT:** นำส่วนขยายที่คุณไม่ไว้ใจ, ไม่ได้ใช้งาน, หรือขอสิทธิ์มากเกินไปออกจากเบราว์เซอร์
* **WHERE/HOW:** กลับไปที่หน้าจัดการส่วนขยาย (`chrome://extensions`) แล้วคลิกปุ่ม **นำออก (Remove)** ที่กล่องของส่วนขยายนั้นๆ จะมีหน้าต่างยืนยันปรากฏขึ้นมา ให้กดยืนยันอีกครั้ง
* **WHY:** เป็นการกำจัดความเสี่ยงจากส่วนขยายนั้นอย่างถาวร หากเป็นส่วนขยายที่ประสงค์ร้าย การแค่ปิดการทำงาน (Disable) อาจไม่เพียงพอ
* **EXPECTED RESULT:** ส่วนขยายดังกล่าวจะหายไปจากรายการทั้งหมด

### ตรวจสอบผล

หลังจากจัดการส่วนขยายเรียบร้อยแล้ว ลองสังเกตการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้:
1. **การทำงานของเบราว์เซอร์:** Chrome อาจทำงานเร็วขึ้นและใช้หน่วยความจำ (RAM) น้อยลง เพราะไม่มีส่วนขยายที่ไม่จำเป็นทำงานอยู่เบื้องหลัง
2. **โฆษณาหรือ Pop-up ที่ไม่พึงประสงค์:** หากเคยมีโฆษณาแปลกๆ หรือหน้าต่างเด้งขึ้นมากวนใจ ปัญหาเหล่านั้นควรจะหายไป
3. **ความรู้สึกมั่นใจ:** คุณจะใช้งานเบราว์เซอร์ได้อย่างสบายใจขึ้น เพราะรู้ว่าได้ตรวจสอบและกำจัดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว

### ถ้ายังไม่หาย

หากคุณลบส่วนขยายที่น่าสงสัยออกไปหมดแล้ว แต่ยังพบปัญหา เช่น ถูกเปลี่ยนเส้นทาง (Redirect) ไปยังเว็บอื่น, มีโฆษณาแทรกอยู่ทุกหน้า, หรือหน้าแรกของเบราว์เซอร์ถูกเปลี่ยนไป อาจเป็นสัญญาณว่าเครื่องของคุณติดมัลแวร์หรือแอดแวร์ประเภทอื่นที่ไม่ใช่แค่ส่วนขยาย

ในกรณีนี้ ควรใช้โปรแกรมสแกนไวรัสที่เชื่อถือได้ เช่น Microsoft Defender (ที่มาพร้อมกับ Windows) ทำการสแกนแบบเต็มรูปแบบ (Full Scan) หากปัญหายังคงอยู่ หรือหากเป็นคอมพิวเตอร์ของบริษัท ควรติดต่อฝ่าย IT Support ทันทีเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ

### สรุป

การตรวจสอบส่วนขยาย Chrome เป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง ถือเป็นการดูแลความปลอดภัยดิจิทัลขั้นพื้นฐานที่ทุกคนทำได้ ใช้เวลาไม่นานแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลและปัญหาจุกจิกกวนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้คุณท่องเว็บได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น

Let’s build what’s next

ระบบ IT ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของคุณ

เล่าโจทย์ให้ทีมวิศวกรของเราฟัง แล้วรับแนวทางเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย