Technology newsroom
Cloudflare โชว์เทพ! ปลดล็อก RAM 100TB บน DNS 1.1.1.1 ด้วยการปรับโค้ด Rust ไม่ต้องซื้อเซิร์ฟเวอร์เพิ่ม 🚀
Cloudflare ประกาศความสำเร็จในการปรับปรุงระบบ DNS 1.1.1.1 ครั้งใหญ่ สามารถประหยัดหน่วยความจำ (RAM) ไปได้ถึง 100TB ผ่านการปรับแก้โค้ดภาษา Rust โดยไม่ต้องลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์เพิ่มแม้แต่ชิ้นเดียว
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- Cloudflare ประสบความสำเร็จในการลดการใช้ RAM บนระบบ DNS 1.1.1.1 ได้ถึง 100TB โดยไม่ต้องเพิ่มฮาร์ดแวร์แม้แต่ชิ้นเดียว
- การปรับปรุงนี้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Caching ที่ชื่อว่า Big Pineapple โดยเน้นการปรับปรุงโค้ดที่เขียนด้วยภาษา Rust เป็นหลัก
- ทีมวิศวกรสามารถลดขนาดของ Cache Entry แต่ละรายการจาก 953 ไบต์ เหลือเพียงประมาณ 360 ไบต์ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระของระบบโดยรวม
Cloudflare ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายและ ความปลอดภัยชั้นนำ ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพเบื้องหลังบริการ DNS ยอดนิยมอย่าง 1.1.1.1 โดยพวกเขาสามารถลดการใช้งานหน่วยความจำ (RAM) ของระบบลงได้มหาศาลถึง 100 เทราไบต์ (TB) เลยทีเดียว
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการปรับปรุงแพลตฟอร์ม DNS Caching ภายในที่ชื่อว่า Big Pineapple ซึ่งเป็นหัวใจหลักของบริการ 1.1.1.1, DNS Firewall และบริการ DNS อื่นๆ ของบริษัท โดยทีมวิศวกรระบบได้มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงประสิทธิภาพของโค้ดที่เขียนด้วยภาษา Rust แทนที่จะแก้ปัญหาด้วยการเพิ่มเซิร์ฟเวอร์หรือ RAM เข้าไปในระบบ
💡 หัวใจหลักของการปรับปรุง
Sebastiaan Neuteboom วิศวกรระบบของ Cloudflare ได้อธิบายรายละเอียดทางเทคนิคว่า ทีมงานได้ทำการเปลี่ยนแปลงโค้ด Rust ทั้งหมด 5 จุดสำคัญ ซึ่งส่งผลให้ขนาดของข้อมูล DNS ที่จัดเก็บในแคช (Cache Entry) แต่ละรายการลดลงอย่างมาก จากเดิมที่ใช้พื้นที่ 953 ไบต์ ลดลงเหลือเพียงประมาณ 360 ไบต์ เทคนิคที่ใช้คือการเปลี่ยนวิธีการจัดเก็บข้อมูล เช่น เปลี่ยนจากการใช้โครงสร้างข้อมูลที่สิ้นเปลืองอย่าง `Vec` มาเป็น `Arc` ซึ่งช่วยให้ข้อมูลที่ซ้ำกันสามารถแชร์หน่วยความจำร่วมกันได้ แทนที่จะต้องสร้างสำเนาใหม่ทุกครั้ง รวมถึงการใช้ชนิดข้อมูลที่มีขนาดเล็กลงและเหมาะสมกับงานมากขึ้น
🚀 ผลลัพธ์ที่ได้
การลดขนาด Cache Entry ลงได้มากกว่าครึ่ง ทำให้ในพื้นที่ RAM เท่าเดิม Cloudflare สามารถจัดเก็บข้อมูล DNS ในแคชได้มากขึ้นอย่างมหาศาล ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ Cache Hit Ratio ที่สูงขึ้น ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้งานจะได้รับคำตอบของ DNS เร็วขึ้น ลดภาระการส่งคำร้องไปยังเซิร์ฟเวอร์ DNS ต้นทาง (Authoritative DNS Servers) ทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ 1.1.1.1 ทั่วไป แต่ยังเป็นการลดต้นทุนด้านฮาร์ดแวร์และพลังงานในระยะยาวของ Cloudflare อีกด้วย
💬 ในองค์กรของคุณเคยมีการปรับปรุงซอฟต์แวร์เพื่อลดการใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ครั้งใหญ่แบบนี้บ้างไหมครับ มาแชร์ประสบการณ์กันได้เลย