Technology newsroom
เตือนภัย! 🚨 แฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้การสัมภาษณ์งานปลอมฝังมัลแวร์ ขโมยคริปโตกว่า 10.7 ล้านดอลลาร์
กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ WaterPlum ใช้กระบวนการสัมภาษณ์งานและแบบทดสอบ coding ปลอมเพื่อฝังมัลแวร์ RAT ลงบนเครื่องคอมพิวเตอร์ของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่งผลให้มีอุปกรณ์ติดเชื้อกว่า 30,000 เครื่อง และถูกขโมยเงินคริปโตไปแล้วกว่า 10.7 ล้านดอลลาร์
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- กลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ WaterPlum ใช้กระบวนการสัมภาษณ์งานและทำแบบทดสอบ coding เป็นช่องทางปล่อยมัลแวร์
- มีอุปกรณ์ติดเชื้อแล้วกว่า 30,000 เครื่องใน 100 ประเทศ สร้างความเสียหายกว่า 10.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มัลแวร์ที่ฝังคือ Remote Access Trojan (RAT) ที่ควบคุมเครื่องได้ในระยะยาว และอาจใช้เป็นสะพานเพื่อโจมตีองค์กรที่เหยื่อเข้าไปทำงานในอนาคต
หน่วยงานความมั่นคงทางไซเบอร์จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และเยอรมนี ได้ออกประกาศเตือนภัยร่วมกันถึงแคมเปญการโจมตีทางไซเบอร์ครั้งใหญ่จากกลุ่มแฮกเกอร์ที่เชื่อมโยงกับเกาหลีเหนือในชื่อ WaterPlum โดยกลุ่มนี้มีเป้าหมายหลักเป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่กำลังมองหางาน
กลยุทธ์ของกลุ่ม WaterPlum คือการสร้างประกาศรับสมัครงานปลอมในตำแหน่งที่น่าดึงดูดใจ โดยแอบอ้างชื่อบริษัทที่มีอยู่จริงในวงการ AI, Cryptocurrency และ NFT แล้วนำไปโพสต์บนแพลตฟอร์มหางานออนไลน์ โซเชียลมีเดีย และแพลตฟอร์มสำหรับฟรีแลนซ์ เมื่อมีผู้สนใจสมัครเข้ามา แฮกเกอร์จะสวมรอยเป็นฝ่ายบุคคลและดำเนินการสัมภาษณ์ จากนั้นจะขอให้ผู้สมัครทำแบบทดสอบทักษะการเขียนโค้ด ซึ่งในไฟล์แบบทดสอบนั้นเองที่แฝงมัลแวร์ร้ายแรงเอาไว้
🚨 ความเสียหายและรูปแบบการโจมตี
มัลแวร์ที่ถูกติดตั้งคือ Remote Access Trojan (RAT) ชนิดคงทน (persistent) ซึ่งทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงและควบคุมคอมพิวเตอร์ของเหยื่อได้จากระยะไกลอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ากระบวนการสัมภาษณ์จะจบไปนานแล้วก็ตาม รายงานระบุว่ามีอุปกรณ์ติดเชื้อแล้วมากกว่า 30,000 เครื่องใน 100 ประเทศ และมีการเจาะกระเป๋าเงินคริปโตไปแล้วกว่า 7,000 ใบ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 10.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าเงินจำนวนนี้ถูกส่งไปสนับสนุนรัฐบาลเกาหลีเหนือ (DPRK) ที่ถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ
🕵️♂️ ภัยคุกคามต่อเนื่องสู่องค์กร
นอกจากการขโมยเงินคริปโตแล้ว แฮกเกอร์ยังขโมยข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลประจำตัว (credentials) ของเหยื่อ เพื่อนำไปใช้สมัครงานในบริษัทอื่น ๆ ต่อไปอีกทอดหนึ่ง ตัวอย่างเช่น Amazon ที่ตรวจพบและบล็อกใบสมัครที่น่าสงสัยว่ามาจากเกาหลีเหนือไปแล้วกว่า 1,800 รายการ ภัยคุกคามที่น่ากังวลที่สุดคือ หากผู้สมัครที่ถูกฝังมัลแวร์ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว ได้รับการว่าจ้างจากบริษัทอื่นและใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิมในการทำงาน ก็จะกลายเป็นว่าแฮกเกอร์มีช่องทาง (backdoor) ในการเจาะเข้าสู่ระบบเครือข่ายขององค์กรใหม่นั้นได้โดยง่าย
🛡️ แนวทางการป้องกัน
สำหรับผู้ที่กำลังมองหางานในสายไอที ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ควรสมัครงานผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของบริษัทโดยตรง และหากไม่แน่ใจเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่เปิดรับ ควรติดต่อบริษัทเพื่อยืนยันโดยตรง วิธีป้องกันที่ดีที่สุดเมื่อต้องทำแบบทดสอบทางเทคนิค คือการใช้สภาพแวดล้อมที่แยกออกมาต่างหาก เช่น การตั้งค่า Virtual Machine (VM) สำหรับการทดสอบโดยเฉพาะ เพื่อป้องกันไม่ให้มัลแวร์แพร่กระจายมายังระบบหลักของคอมพิวเตอร์
💬 เคยเจอประสบการณ์น่าสงสัยตอนสมัครงานหรือสัมภาษณ์งานออนไลน์กันบ้างไหมครับ? มาแชร์เพื่อเป็นความรู้ให้ท่านอื่น ๆ กันได้เลยครับ