Technology newsroom
ผู้ใช้ช็อก! OpenAI หั่นสิทธิประโยชน์ ChatGPT Pro 200 ลง 50% จ่ายเท่าเดิมแต่ใช้งานได้น้อยลง 📉
OpenAI สร้างความประหลาดใจให้ผู้ใช้ด้วยการปรับลดโควต้าการใช้งานของแผน ChatGPT Pro 200 ลงครึ่งหนึ่ง จากเดิมที่ใช้ได้มากกว่าแผน Plus 20 เท่า เหลือเพียง 10 เท่า โดยให้เหตุผลเรื่องต้นทุนการประมวลผลที่สูงขึ้นของฟีเจอร์ใหม่ๆ
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- OpenAI ประกาศลดโควต้าการใช้งานของแผน ChatGPT Pro 200 (ราคา $200/เดือน) ลง 50% จากเดิมที่ใช้งานได้มากกว่าแผน Plus 20 เท่า เหลือเพียง 10 เท่า
- บริษัทให้เหตุผลว่าฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่เปิดตัวต้องการพลังการประมวลผลมหาศาล และเพื่อปรับสมดุลกับราคา API ที่ลดลง
- การเปลี่ยนแปลงนี้สร้างความไม่พอใจอย่างมากในหมู่ผู้ใช้งาน จนมีผู้ใช้บางส่วนประกาศยกเลิกการสมัครสมาชิกเพื่อเป็นการประท้วง
หลังจากที่ OpenAI สร้างความฮือฮาในงานประชุมนักพัฒนา DevDay ด้วยการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ มากมาย แต่ข่าวใหญ่ที่สร้างแรงกระเพื่อมและสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้งานกลับเป็นเรื่องที่ไม่ได้ประกาศบนเวที นั่นคือการปรับลดสิทธิประโยชน์ครั้งใหญ่ของแผนราคาสูงสุดอย่าง ChatGPT Pro 200
ก่อนหน้านี้ OpenAI ได้ระงับการรับสมัครสมาชิกใหม่สำหรับแผน Pro 200 (ราคา $200 ต่อเดือน) ชั่วคราว เนื่องจากความต้องการใช้งานโมเดล GPT-6 Astra ที่ทรงพลังสูงเกินคาด ล่าสุดบริษัทได้กลับมาเปิดรับสมัครอีกครั้ง แต่ข่าวร้ายคือ โควต้าการใช้งานที่เคยสูงกว่าแผน Plus ($20 ต่อเดือน) ถึง 20 เท่า ได้ถูกปรับลดลงมาเหลือเพียง 10 เท่า หรือหายไปครึ่งหนึ่งนั่นเอง
🧐 ทำไม OpenAI ถึงตัดสินใจเช่นนี้?
Thibault Sottiaux หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์หลักของ OpenAI ได้ออกมาอธิบายถึงเหตุผลหลายประการ ประการแรกคือ ฟังก์ชันใหม่ๆ ที่เปิดตัวในงาน DevDay นั้นต้องการพลังการประมวลผล (compute) ที่สูงมาก นอกจากนี้ บริษัทยังได้ทำการลดราคา API สำหรับโมเดลใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่าง GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna ลงถึง 50% การปรับลดโควต้าในแผนสมาชิกจึงเป็นไปเพื่อให้ราคาของบริการทั้งสองรูปแบบ (API แบบจ่ายตามใช้ และ Subscription แบบเหมาจ่าย) มีความสมเหตุสมผลและไม่จูงใจให้ผู้ใช้เลือกทางใดทางหนึ่งอย่างไม่เป็นธรรม
💡 ทิศทางในอนาคตและผลกระทบต่อผู้ใช้
Sottiaux ยืนยันว่าถึงแม้โควต้าจะลดลง แต่ในระยะยาวผู้ใช้จะสามารถทำงานได้มากขึ้นและมีคุณภาพสูงขึ้น เนื่องจากโมเดล AI จะมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ OpenAI ยังมีแผนจะเพิ่มฟีเจอร์อื่นๆ เข้ามาในแพ็กเกจสมาชิกโดยไม่นับรวมในโควต้าการใช้งาน เช่น การใช้งาน Dot assistants ที่เพิ่งเปิดตัวไป อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มที่บริษัท AI กำลังพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการนำเสนอฟีเจอร์ที่ทรงพลัง กับต้นทุนการประมวลผลที่สูงขึ้น ซึ่งผู้ใช้งานอาจจะต้องเผชิญกับการปรับเปลี่ยนรูปแบบราคาและบริการอีกในอนาคต
💬 เพื่อนๆ คิดอย่างไรกับการปรับลดโควต้าของ OpenAI ครั้งนี้ครับ? การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบกับการใช้งานของใครบ้าง มาแชร์ความคิดเห็นกันได้เลยครับ