Enterprise IT Support • Bangkok & Nationwide

Technology newsroom

แก้ปัญหาแท็บ (Tabs) ใน File Explorer ของ Windows 11 ไม่แสดง ทำเองได้ง่ายๆ

คู่มือแก้ปัญหาแท็บ (Tabs) ใน File Explorer ของ Windows 11 ไม่แสดงผล อธิบายสาเหตุและวิธีแก้ไขทีละขั้นตอนอย่างปลอดภัย ตั้งแต่การรีสตาร์ทโปรแกรม อัปเดตระบบ ไปจนถึงการใช้เครื่องมือซ่อมแซมไฟล์ระบบ

เรียบเรียงโดย SyncTech Solution เผยแพร่ อ้างอิง Help Desk Geek
แก้ปัญหาแท็บ (Tabs) ใน File Explorer ของ Windows 11 ไม่แสดง ทำเองได้ง่ายๆ

หลายคนที่อัปเกรดเป็น Windows 11 อาจเคยเห็นว่า File Explorer สามารถเปิดได้หลายแท็บเหมือนเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งช่วยให้จัดการไฟล์ได้สะดวกขึ้นมาก แต่พอใช้งานจริงกลับพบว่าฟีเจอร์นี้หายไป บทความนี้จาก SyncTech Solution จะพาคุณไปดูสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาทีละขั้นตอนอย่างปลอดภัย ให้คุณกลับมาใช้งานแท็บใน File Explorer ได้อีกครั้ง

### เข้าใจก่อนแก้
ฟีเจอร์แท็บใน File Explorer เป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตใหญ่ของ Windows 11 ตั้งแต่เวอร์ชัน 22H2 เป็นต้นมา สาเหตุที่แท็บไม่แสดงผลส่วนใหญ่มักเกิดจากปัจจัยไม่กี่อย่าง ได้แก่:

* **การอัปเดต Windows ยังไม่สมบูรณ์:** อาจมีไฟล์อัปเดตย่อยที่ยังติดตั้งไม่เสร็จหรือรอการรีสตาร์ทเครื่อง
* **โปรแกรมทำงานผิดพลาดชั่วคราว:** ตัว File Explorer เองอาจเกิดข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างการทำงาน ทำให้แสดงผลไม่ถูกต้อง
* **โปรแกรมปรับแต่งหน้าตา (Shell Customizer):** ซอฟต์แวร์ที่ใช้ปรับแต่งหน้าตา Start Menu หรือ Taskbar อาจเข้าไปแก้ไขการทำงานของ File Explorer จนไปรบกวนฟีเจอร์ใหม่
* **ไฟล์ระบบเสียหาย:** ไฟล์ที่จำเป็นต่อการทำงานของ File Explorer อาจเกิดความเสียหาย ทำให้ฟีเจอร์บางอย่างใช้งานไม่ได้

การแก้ไขจึงเป็นการตรวจสอบและจัดการที่สาเหตุเหล่านี้จากง่ายไปยาก

### ก่อนเริ่ม
เพื่อให้การแก้ไขเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ควรเตรียมตัวเล็กน้อยก่อนลงมือทำ

1. **บันทึกงานที่เปิดอยู่ทั้งหมด:** บางขั้นตอนจำเป็นต้องรีสตาร์ทโปรแกรมหรือคอมพิวเตอร์ การบันทึกงานทั้งหมดจะช่วยป้องกันข้อมูลสูญหาย
2. **ตรวจสอบเวอร์ชัน Windows:** ตรวจสอบให้แน่ใจว่า Windows 11 ของคุณเป็นเวอร์ชัน 22H2 หรือใหม่กว่า โดยไปที่ **Settings > System > About** แล้วดูที่หัวข้อ **Windows specifications** ตรงบรรทัด **Version** หากเป็นเวอร์ชันเก่ากว่านี้ คุณต้องอัปเดต Windows ก่อน

### วิธีทำอย่างปลอดภัย
ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ตามลำดับเพื่อแก้ไขปัญหาแท็บใน File Explorer ไม่แสดง

**1. รีสตาร์ทโปรแกรม File Explorer (Windows Explorer Process)**
* **WHAT:** เป็นการบังคับปิดและเปิดโปรแกรม File Explorer ใหม่ทั้งหมด เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นชั่วคราว
* **WHERE/HOW:**
1. กดปุ่ม `Ctrl` + `Shift` + `Esc` พร้อมกันเพื่อเปิด **Task Manager**
2. ในแท็บ **Processes** ให้มองหารายการที่ชื่อว่า **Windows Explorer**
3. คลิกขวาที่ **Windows Explorer** แล้วเลือก **Restart**
* **WHY:** วิธีนี้เป็นการเคลียร์สถานะการทำงานที่อาจค้างหรือผิดปกติของ File Explorer ซึ่งเป็นวิธีที่รวดเร็วและง่ายที่สุดในการแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ
* **EXPECTED RESULT:** หน้าจอเดสก์ท็อปและ Taskbar อาจจะกะพริบหายไปชั่วครู่แล้วกลับมาใหม่ จากนั้นลองเปิด File Explorer เพื่อดูว่าแท็บกลับมาแสดงผลหรือไม่

**2. ตรวจสอบและติดตั้ง Windows Update ให้ครบถ้วน**
* **WHAT:** ตรวจสอบว่ามีอัปเดตจาก Microsoft ที่ค้างอยู่หรือไม่ และสั่งติดตั้งให้เรียบร้อย
* **WHERE/HOW:**
1. ไปที่ **Start > Settings > Windows Update**
2. คลิกที่ปุ่ม **Check for updates**
3. หากมีรายการอัปเดตปรากฏขึ้นมา ให้รอจนกว่าระบบจะดาวน์โหลดและติดตั้งจนเสร็จ
4. หากระบบแจ้งว่า “A restart is required” ให้รีสตาร์ทเครื่องคอมพิวเตอร์ทันที
* **WHY:** ฟีเจอร์แท็บถูกส่งมาพร้อมกับอัปเดตของ Windows หากการติดตั้งไม่สมบูรณ์หรือมีอัปเดตย่อยที่จำเป็นค้างอยู่ ก็อาจทำให้ฟีเจอร์นี้ไม่ทำงาน
* **EXPECTED RESULT:** หลังจากคอมพิวเตอร์รีสตาร์ทเสร็จสิ้น Windows จะอยู่ในสถานะล่าสุด ให้ลองเปิด File Explorer เพื่อตรวจสอบอีกครั้ง

**3. ล้างประวัติการใช้งานของ File Explorer**
* **WHAT:** ลบข้อมูลแคชและประวัติการเข้าถึงโฟลเดอร์ต่างๆ ที่ File Explorer เก็บไว้
* **WHERE/HOW:**
1. เปิด **Start Menu** แล้วพิมพ์คำว่า `File Explorer Options` จากนั้นกด Enter
2. ในหน้าต่างที่เปิดขึ้นมา ที่แท็บ **General** ให้มองหาหัวข้อ **Privacy**
3. คลิกที่ปุ่ม **Clear**
* **WHY:** บางครั้งไฟล์ที่ใช้เก็บประวัติการใช้งานเหล่านี้อาจเสียหาย และส่งผลกระทบต่อการทำงานโดยรวมของโปรแกรมได้ การล้างข้อมูลนี้จึงเหมือนกับการรีเซ็ตค่าเล็กๆ น้อยๆ
* **EXPECTED RESULT:** ประวัติในส่วน Quick access อาจหายไป แต่ไม่มีผลกับไฟล์งานของคุณ ลองเปิด-ปิด File Explorer ใหม่เพื่อดูว่าแท็บกลับมาหรือไม่

**4. ตรวจสอบโปรแกรมปรับแต่งหน้าตา Windows**
* **WHAT:** ตรวจสอบว่ามีการติดตั้งโปรแกรมที่เข้าไปแก้ไขการทำงานของ Windows Explorer หรือไม่ และลองปิดการทำงานของมันชั่วคราว
* **WHERE/HOW:**
1. ไปที่ **Settings > Apps > Installed apps**
2. มองหาโปรแกรมที่น่าสงสัย เช่น StartAllBack, ExplorerPatcher, Open-Shell หรือโปรแกรมอื่นๆ ที่ใช้ปรับแต่งหน้าตา Start Menu, Taskbar หรือ File Explorer
3. หากพบโปรแกรมเหล่านี้ ให้ลองเข้าไปตั้งค่าของโปรแกรมนั้นเพื่อปิดการทำงานชั่วคราว หรือถอนการติดตั้ง (Uninstall) เพื่อทดสอบ
* **WHY:** โปรแกรมเหล่านี้ทำงานโดยการเข้าไป “ดักจับ” และเปลี่ยนแปลงการทำงานของ Windows Explorer โดยตรง ซึ่งอาจจะเข้ากันไม่ได้กับฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ Microsoft เพิ่มเข้ามา
* **EXPECTED RESULT:** หลังจากปิดหรือถอนการติดตั้งโปรแกรมดังกล่าวแล้ว ให้รีสตาร์ทคอมพิวเตอร์ แท็บใน File Explorer ควรจะกลับมาแสดงผลได้ตามปกติ

**5. ซ่อมแซมไฟล์ระบบด้วยเครื่องมือของ Windows**
* **WHAT:** ใช้คำสั่งมาตรฐานเพื่อสั่งให้ Windows ตรวจสอบความสมบูรณ์ของไฟล์ระบบและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายโดยอัตโนมัติ
* **WHERE/HOW:**
1. คลิกขวาที่ปุ่ม **Start** แล้วเลือก **Terminal (Admin)** หรือ **Windows PowerShell (Admin)**
2. ในหน้าต่างสีดำหรือสีน้ำเงินที่เปิดขึ้นมา พิมพ์คำสั่ง `sfc /scannow` แล้วกด Enter
3. รอจนกระบวนการตรวจสอบและซ่อมแซมเสร็จสิ้น (อาจใช้เวลา 5-15 นาที)
4. เมื่อเสร็จแล้ว ให้พิมพ์คำสั่ง `DISM /Online /Cleanup-Image /RestoreHealth` แล้วกด Enter เพื่อซ่อมแซมไฟล์ระบบจากต้นฉบับ
* **WHY:** คำสั่ง `sfc` และ `DISM` เป็นเครื่องมือมาตรฐานสำหรับแก้ไขปัญหาเมื่อไฟล์ระบบหลักของ Windows เสียหาย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ฟีเจอร์ต่างๆ ทำงานไม่ถูกต้อง
* **EXPECTED RESULT:** ระบบจะแสดงข้อความว่าการตรวจสอบและซ่อมแซมเสร็จสมบูรณ์ หรือแจ้งว่าไม่พบไฟล์ที่เสียหาย หลังจากนั้นให้รีสตาร์ทเครื่องแล้วตรวจสอบ File Explorer อีกครั้ง

### ตรวจสอบผล
หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆ แล้ว คุณสามารถตรวจสอบว่าปัญหาได้รับการแก้ไขหรือไม่ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้:

1. เปิด File Explorer ขึ้นมา (กด `Win` + `E`)
2. สังเกตที่ด้านบนของหน้าต่าง ควรจะมีแถบแท็บและเครื่องหมายบวก `+` ให้กดเพื่อเปิดแท็บใหม่ได้
3. ลองคลิกขวาที่โฟลเดอร์ใดก็ได้ จะต้องมีเมนู **Open in new tab** ปรากฏขึ้นมา

### ถ้ายังไม่หาย
หากทำตามทุกขั้นตอนแล้วแต่ยังไม่สามารถใช้งานแท็บได้ อาจมีปัญหาส่วนอื่นที่ซับซ้อนกว่า ลองพิจารณาทางเลือกต่อไปนี้:

* **สร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ (New User Profile):** บางครั้งปัญหาอาจเกิดจากโปรไฟล์ผู้ใช้ปัจจุบันเสียหาย ลองสร้างบัญชีผู้ใช้ใหม่ในเครื่องเพื่อทดสอบ หากบัญชีใหม่ใช้งานได้ปกติ อาจต้องย้ายข้อมูลไปที่บัญชีใหม่
* **ติดต่อฝ่าย IT ของบริษัท:** หากเป็นคอมพิวเตอร์ขององค์กร อาจมีการตั้งค่านโยบายความปลอดภัย (Group Policy) เพื่อปิดการทำงานของฟีเจอร์บางอย่างไว้ ซึ่งต้องให้ฝ่าย IT เป็นผู้ตรวจสอบและแก้ไข
* **พิจารณา Reset PC:** หากจำเป็นจริงๆ การใช้ฟีเจอร์ Reset this PC (โดยเลือกแบบ Keep my files) อาจเป็นทางออกสุดท้าย แต่ต้องสำรองข้อมูลสำคัญทั้งหมดไว้ในที่ปลอดภัยก่อนลงมือทำ

### สรุป
ปัญหาแท็บใน File Explorer ของ Windows 11 หายไป ส่วนใหญ่มักแก้ไขได้ด้วยขั้นตอนพื้นฐานอย่างการรีสตาร์ทโปรแกรม, อัปเดตระบบให้ล่าสุด หรือซ่อมแซมไฟล์ระบบ การไล่ตรวจสอบตามขั้นตอนที่แนะนำจะช่วยให้คุณแก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้ด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย และกลับมาทำงานได้สะดวกสบายอีกครั้ง

Let’s build what’s next

ระบบ IT ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของคุณ

เล่าโจทย์ให้ทีมวิศวกรของเราฟัง แล้วรับแนวทางเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย