Enterprise IT Support • Bangkok & Nationwide

Technology newsroom

เตือนภัยด่วน! แรนซัมแวร์ Qilin และ INC ใช้ช่องโหว่ Palo Alto Networks เจาะระบบ บายพาส MFA แม้มีแพตช์แล้ว

Palo Alto Networks เตือนภัย ช่องโหว่ CVE-2026-0257 บน PAN-OS ยังคงถูกกลุ่มแรนซัมแวร์ Qilin และ INC ใช้โจมตีเพื่อบายพาส MFA อย่างต่อเนื่อง แนะผู้ดูแลระบบเร่งอัปเดตแพตช์ด่วน

เรียบเรียงโดย SyncTech Solution เผยแพร่ อ้างอิง แหล่งข้อมูลต้นฉบับ
เตือนภัยด่วน! แรนซัมแวร์ Qilin และ INC ใช้ช่องโหว่ Palo Alto Networks เจาะระบบ บายพาส MFA แม้มีแพตช์แล้ว

📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- กลุ่มแรนซัมแวร์ Qilin และ INC กำลังใช้ช่องโหว่ CVE-2026-0257 ในการโจมตีระบบของ Palo Alto Networks อย่างต่อเนื่อง
- ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงสูง สามารถทำให้ผู้โจมตีบายพาสการยืนยันตัวตนแบบหลายปัจจัย (MFA) และสร้าง VPN Connection ที่ไม่ได้รับอนุญาตได้
- แม้ว่าแพตช์จะถูกปล่อยออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 แต่ยังมีหลายองค์กรที่ยังไม่ได้อัปเดต ทำให้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี

Palo Alto Networks ได้ออกมาประกาศเตือนอีกครั้งถึงการโจมตีที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เคยมีการออกแพตช์แก้ไขไปแล้ว ช่องโหว่ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์ PAN-OS และ Prisma Access ซึ่งเป็นที่นิยมใช้งานในองค์กรจำนวนมาก

⚙️ ช่องโหว่ Authentication Bypass
ช่องโหว่ที่เป็นปัญหาคือ CVE-2026-0257 ซึ่งมีความรุนแรงในระดับ 7.8 (CVSS score) จัดเป็นช่องโหว่ประเภท Authentication Bypass หรือการข้ามขั้นตอนการยืนยันตัวตน จุดประสงค์หลักของผู้ไม่หวังดีคือการใช้ช่องโหว่นี้เพื่อสร้างการเชื่อมต่อ VPN ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้ามายังเครือข่ายขององค์กร ซึ่งถือเป็นประตูบานแรกที่เปิดทางให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงระบบภายในและสร้างความเสียหายในลำดับต่อไปได้

🚨 การบายพาส MFA คือหายนะ
สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือความสามารถในการบายพาส Multi-Factor Authentication (MFA) ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและหลายองค์กรเชื่อมั่น การที่ผู้โจมตีสามารถข้ามผ่าน MFA ไปได้ หมายความว่าแม้จะมีรหัสผ่านที่ซับซ้อนหรือใช้ Token ยืนยันตัวตน ก็ยังไม่สามารถป้องกันการโจมตีจากช่องโหว่นี้ได้หากยังไม่ได้ทำการอัปเดตแพตช์

👥 ผู้โจมตีคือใคร
รายงานระบุว่ากลุ่มที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้คือกลุ่มแรนซัมแวร์ชื่อดังอย่าง Qilin และ INC Ransomware ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการโจมตีองค์กรเพื่อขโมยข้อมูลและเรียกค่าไถ่ การที่ระบบถูกเจาะผ่านช่องทาง VPN นี้ทำให้พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญและแพร่กระจายแรนซัมแวร์ภายในเครือข่ายได้อย่างง่ายดาย Palo Alto Networks เน้นย้ำว่าแม้แพตช์จะออกมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2026 แล้ว แต่ยังพบกิจกรรมการสแกนหาและโจมตีระบบที่ยังไม่ได้อัปเดตอย่างต่อเนื่อง

💬 คุณได้ตรวจสอบและอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยบนอุปกรณ์ Palo Alto Networks ของคุณแล้วหรือยัง? มาแชร์ประสบการณ์กันครับ

Let’s build what’s next

ระบบ IT ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของคุณ

เล่าโจทย์ให้ทีมวิศวกรของเราฟัง แล้วรับแนวทางเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย