Enterprise IT Support • Bangkok & Nationwide

Technology newsroom

Google Chrome อัปเดตใหม่ บล็อกเว็บไม่ปลอดภัยให้ทันที ท่องเว็บสบายใจขึ้น

Google Chrome ยกระดับความปลอดภัยให้ผู้ใช้ทุกคนโดยอัตโนมัติ ด้วยการเปิดฟีเจอร์ "ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเสมอ" เป็นค่าเริ่มต้น บทความนี้จะอธิบายความแตกต่างระหว่าง HTTP/HTTPS และแนะนำวิธีตรวจสอบเพื่อให้คุณท่องเว็บอย่างมั่นใจ

เรียบเรียงโดย SyncTech Solution เผยแพร่ อ้างอิง Android Authority
Google Chrome อัปเดตใหม่ บล็อกเว็บไม่ปลอดภัยให้ทันที ท่องเว็บสบายใจขึ้น

หลายครั้งที่เราเข้าเว็บไซต์โดยไม่ได้สังเกตว่าเว็บนั้นปลอดภัยหรือไม่ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกดักจับข้อมูลโดยไม่รู้ตัว แต่ล่าสุด Google Chrome ได้ปรับปรุงความปลอดภัยครั้งสำคัญที่จะช่วยปกป้องผู้ใช้ทุกคนโดยอัตโนมัติ บทความนี้จาก SyncTech Solution จะอธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงนี้คืออะไร และคุณจะใช้งานมันให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร

### เข้าใจก่อนแก้: HTTP กับ HTTPS ต่างกันอย่างไร?

ก่อนจะไปดูวิธีตั้งค่า เรามาทำความเข้าใจพื้นฐานสำคัญกันก่อน เวลาเราเข้าเว็บไซต์ สังเกตที่อยู่เว็บ (URL) จะขึ้นต้นด้วย `http://` หรือ `https://` สองอย่างนี้มีความแตกต่างด้านความปลอดภัยอย่างสิ้นเชิง

* **HTTP (Hypertext Transfer Protocol):** เปรียบเสมือนการส่งโปสการ์ดที่ไม่มีซองจดหมาย ข้อมูลทุกอย่างที่คุณกรอก เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนตัว จะถูกส่งไปแบบดิบๆ ใครที่ดักฟังระหว่างทาง (เช่น คนในเครือข่าย Wi-Fi เดียวกัน) ก็สามารถอ่านข้อมูลนั้นได้ทั้งหมด

* **HTTPS (Hypertext Transfer Protocol Secure):** เหมือนการส่งจดหมายในซองที่ปิดผนึกอย่างดีและมีการเข้ารหัสที่ซับซ้อน ข้อมูลจะถูกแปลงเป็นรหัสลับก่อนส่ง ทำให้ถึงแม้จะมีคนดักจับข้อมูลไปได้ ก็จะไม่สามารถอ่านหรือเข้าใจเนื้อหาข้างในได้ เว็บไซต์ที่มี HTTPS จะมีรูปแม่กุญแจปรากฏอยู่หน้า URL

การเปลี่ยนแปลงของ Chrome คือการเปิดใช้ฟีเจอร์ “Always Use Secure Connections” (ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเสมอ) เป็นค่าเริ่มต้นสำหรับผู้ใช้ทุกคน จากเดิมที่ต้องไปเปิดเอง ฟีเจอร์นี้จะพยายามเปลี่ยนการเชื่อมต่อจาก HTTP ให้เป็น HTTPS โดยอัตโนมัติ และที่สำคัญคือ **จะแสดงหน้าจอคำเตือนก่อนที่คุณจะเข้าสู่เว็บไซต์ HTTP ที่ไม่สามารถอัปเกรดได้** เพื่อให้คุณตัดสินใจว่าจะเสี่ยงเข้าไปหรือไม่

### ก่อนเริ่ม: ตรวจสอบความพร้อมของ Chrome

ฟีเจอร์นี้จะทยอยเปิดให้ผู้ใช้โดยอัตโนมัติผ่านการอัปเดตเบราว์เซอร์ สิ่งเดียวที่คุณต้องเตรียมคือการทำให้ Google Chrome ของคุณเป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับการป้องกันใหม่นี้แล้ว

* **จดข้อมูล:** ไม่จำเป็นต้องจดข้อมูลหรือสำรองอะไรเป็นพิเศษ เพราะเป็นการตั้งค่าความปลอดภัยพื้นฐานของเบราว์เซอร์
* **เตรียมการ:** เพียงตรวจสอบและอัปเดต Google Chrome ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด

### วิธีทำอย่างปลอดภัย: ตรวจสอบและทำความเข้าใจการตั้งค่าใหม่

แม้ว่าฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานโดยอัตโนมัติ แต่การรู้ว่ามันอยู่ตรงไหนและทำงานอย่างไรจะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

**1. อัปเดต Google Chrome ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด**
* **WHAT:** ตรวจสอบและติดตั้งอัปเดตล่าสุดของเบราว์เซอร์
* **WHERE/HOW:**
1. คลิกที่เมนูจุดสามจุด (⋮) มุมขวาบนของ Chrome
2. เลือก “Help” (ความช่วยเหลือ) > “About Google Chrome” (เกี่ยวกับ Google Chrome)
3. Chrome จะตรวจสอบหาอัปเดตและติดตั้งให้โดยอัตโนมัติ หากมีเวอร์ชันใหม่ให้ติดตั้ง เมื่อเสร็จแล้วให้กด “Relaunch” (เปิดใหม่) เพื่อเริ่มเบราว์เซอร์อีกครั้ง
* **WHY:** เพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้รับฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ล่าสุดที่ Google ปล่อยออกมา รวมถึงการแก้ไขช่องโหว่อื่นๆ
* **EXPECTED RESULT:** หน้า “About Google Chrome” จะแสดงข้อความว่า “Chrome is up to date” (Chrome เป็นเวอร์ชันล่าสุด)

**2. ตรวจสอบว่าฟีเจอร์ “ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเสมอ” เปิดอยู่**
* **WHAT:** ยืนยันว่าการตั้งค่าความปลอดภัยนี้ถูกเปิดใช้งานเป็นค่าเริ่มต้นแล้ว
* **WHERE/HOW:**
1. คลิกที่เมนูจุดสามจุด (⋮) และไปที่ “Settings” (การตั้งค่า)
2. เลือกเมนูด้านซ้าย “Privacy and security” (ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย)
3. คลิกที่ “Security” (ความปลอดภัย)
4. เลื่อนลงมาที่หัวข้อ “Advanced” (ขั้นสูง) แล้วมองหา “Always use secure connections” (ใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัยเสมอ)
* **WHY:** เพื่อให้คุณทราบตำแหน่งของการตั้งค่านี้ แม้ว่ามันควรจะเปิดอยู่แล้ว แต่หากในอนาคตคุณจำเป็นต้องปิดชั่วคราว (ซึ่งไม่แนะนำ) เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ภายในที่จำเป็นบางแห่ง คุณจะรู้ว่าต้องมาจัดการที่ไหน
* **EXPECTED RESULT:** ปุ่มสวิตช์ของ “Always use secure connections” ควรจะอยู่ในสถานะ “เปิด” (เป็นสีน้ำเงิน)

**3. ทำความเข้าใจหน้าจอคำเตือนใหม่**
* **WHAT:** เรียนรู้วิธีตอบสนองเมื่อเจอหน้าจอแจ้งเตือนก่อนเข้าเว็บ HTTP
* **WHERE/HOW:** เมื่อคุณพยายามเข้าเว็บไซต์ที่ใช้ HTTP และไม่สามารถอัปเกรดเป็น HTTPS ได้ Chrome จะไม่โหลดเว็บนั้นทันที แต่จะแสดงหน้าจอเตือนว่า “Your connection to this site is not secure” (การเชื่อมต่อของคุณไปยังไซต์นี้ไม่ปลอดภัย) พร้อมตัวเลือกให้คุณ 2 ทางคือ:
* **Go back (กลับไป):** เป็นตัวเลือกที่แนะนำและปลอดภัยที่สุด
* **Proceed to [site address] (unsafe):** ตัวเลือกสำหรับยืนยันเพื่อเข้าสู่เว็บไซต์นั้นต่อไปทั้งที่รู้ว่าไม่ปลอดภัย
* **WHY:** การทำความเข้าใจหน้าจอนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง แทนที่จะกดข้ามไปโดยไม่รู้ถึงความเสี่ยง การหยุดคิดสักนิดก่อนกด “Proceed” จะช่วยป้องกันข้อมูลของคุณได้
* **EXPECTED RESULT:** คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลเมื่อเจอหน้าจอเตือน โดยเลือกที่จะไม่เข้าเว็บที่ไม่ปลอดภัยเป็นอันดับแรก

**4. จัดการกับเว็บไซต์ที่จำเป็นแต่ยังเป็น HTTP (กรณีพนักงานองค์กร)**
* **WHAT:** การรับมือเมื่อเว็บไซต์ภายในบริษัท หรือเว็บของคู่ค้าที่จำเป็นต้องใช้งานยังเป็น HTTP
* **WHERE/HOW:** หากเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บที่คุณรู้จักและเชื่อถือได้ (เช่น ระบบ Intranet ของบริษัท) คุณอาจจำเป็นต้องกด “Proceed” เพื่อทำงานต่อ อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งเรื่องนี้ให้ฝ่าย IT ของบริษัททราบ เพื่อให้พวกเขาวางแผนอัปเกรดเว็บไซต์เป็น HTTPS ต่อไป
* **WHY:** เพื่อให้การทำงานไม่สะดุด แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการช่วยแจ้งเตือนให้องค์กรปรับปรุงความปลอดภัยของระบบให้ทันสมัยขึ้น ลดความเสี่ยงในระยะยาว
* **EXPECTED RESULT:** คุณสามารถเข้าใช้งานเว็บที่จำเป็นได้ชั่วคราว และฝ่าย IT ได้รับทราบถึงปัญหาเพื่อดำเนินการแก้ไขในอนาคต

### ตรวจสอบผล

คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าการป้องกันนี้ทำงานอยู่?

1. **ท่องเว็บตามปกติ:** คุณแทบจะไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง เพราะเว็บไซต์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็น HTTPS อยู่แล้ว การท่องเว็บควรจะราบรื่นเหมือนเดิม
2. **สังเกตรูปแม่กุญแจ:** ตรวจสอบว่าเว็บไซต์ที่คุณเข้าใช้งานเป็นประจำมีรูปแม่กุญแจปรากฏอยู่หน้า URL เสมอ นี่คือสัญญาณของการเชื่อมต่อที่ปลอดภัย
3. **เจอหน้าจอคำเตือน:** หากวันไหนคุณบังเอิญคลิกลิงก์ไปยังเว็บไซต์เก่าๆ ที่ไม่ปลอดภัย และมีหน้าจอคำเตือนปรากฏขึ้นมา นั่นหมายความว่าฟีเจอร์นี้กำลังทำงานเพื่อปกป้องคุณอยู่

### ถ้ายังไม่หาย (หรือเจอปัญหา)

โดยทั่วไปฟีเจอร์นี้ไม่ควรสร้างปัญหา แต่ถ้าคุณพบว่าเว็บไซต์ที่จำเป็นต่อการทำงาน (และมั่นใจว่าปลอดภัย) ถูกบล็อกบ่อยครั้ง:

* **สำหรับพนักงานบริษัท:** หากเว็บที่ถูกบล็อกเป็นระบบภายในของบริษัท เช่น ระบบเบิกจ่าย หรือเว็บแอปพลิเคชันทางธุรกิจ ควรติดต่อฝ่าย IT Support ขององค์กรทันที อย่าพยายามปิดการตั้งค่าความปลอดภัยเอง เพราะอาจขัดต่อนโยบายของบริษัท และพวกเขาอาจมีวิธีแก้ไขที่ถูกต้องให้
* **สำหรับผู้ใช้ทั่วไป:** หากเว็บสาธารณะที่คุณเคยเข้าได้ถูกบล็อก อาจเป็นไปได้ว่าเว็บนั้นมีปัญหาด้านความปลอดภัยจริงๆ หรือใบรับรอง (SSL Certificate) หมดอายุ ลองกลับมาเข้าอีกครั้งในวันถัดไป แต่หากยังเข้าไม่ได้และจำเป็นต้องใช้จริงๆ ควรพิจารณาความเสี่ยงให้ดีก่อนกดเข้าใช้งาน

### สรุป

การที่ Google Chrome เปิดใช้ฟีเจอร์ “Always Use Secure Connections” เป็นค่าเริ่มต้น คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ผู้ใช้ทุกคนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความเสี่ยงจากการท่องเว็บที่ไม่ปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งที่คุณต้องทำมีเพียงแค่อัปเดตเบราว์เซอร์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และทำความเข้าใจความหมายของหน้าจอคำเตือนเมื่อมันปรากฏขึ้น เพื่อให้คุณท่องโลกออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น

Let’s build what’s next

ระบบ IT ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของคุณ

เล่าโจทย์ให้ทีมวิศวกรของเราฟัง แล้วรับแนวทางเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย