งานเข้า! Windows 11 ถอดฟีเจอร์ย้ายข้อมูลข้ามเครื่อง PC-to-PC บังคับให้ใช้ OneDrive แทน
ข่าวสารเทคโนโลยี
Microsoft ตัดสินใจถอดฟีเจอร์ PC-to-PC Migration สำหรับย้ายไฟล์ข้ามเครื่องใน Windows 11 โดยแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้ Windows Backup ที่ต้องสำรองข้อมูลผ่าน OneDrive แทน
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- Microsoft ได้ถอดฟีเจอร์ PC-to-PC Migration สำหรับย้ายไฟล์และข้อมูลข้ามเครื่อง PC ออกจาก Windows 11 แล้ว
- ทางเลือกใหม่ที่ Microsoft แนะนำคือการใช้ฟีเจอร์ Windows Backup ซึ่งต้องสำรองข้อมูลผ่านบริการคลาวด์ OneDrive
- ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการใช้ OneDrive จะต้องกลับไปใช้วิธีการย้ายไฟล์ด้วยตนเองแบบดั้งเดิม เช่น ผ่าน USB Drive หรือ Network
ผู้ใช้งาน Windows 11 หลายคนอาจต้องปรับตัวครั้งใหญ่ เมื่อ Microsoft ได้ยืนยันการถอดฟีเจอร์ PC-to-PC Migration ออกไปอย่างเป็นทางการในแพตช์อัปเดตล่าสุดรอบเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่แพตช์เสริมในเดือนกันยายนแล้ว แต่เพิ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
🔧 ฟีเจอร์ที่หายไปคืออะไร?
PC-to-PC Migration เป็นฟีเจอร์ที่เพิ่งถูกเพิ่มเข้ามาได้ไม่นาน มีหน้าที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถย้ายไฟล์ข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ จากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่าไปยังเครื่องใหม่ได้อย่างสะดวกสบายและอัตโนมัติผ่านการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในเครือข่ายเดียวกัน (Local Network) โดยไม่ต้องพึ่งพาอินเทอร์เน็ตหรืออุปกรณ์ภายนอก ทำให้กระบวนการตั้งค่าเครื่องใหม่รวดเร็วและง่ายดายอย่างมาก
☁️ ทางเลือกใหม่ที่ต้องพึ่งพา Cloud
หลังจากนี้เป็นต้นไป Microsoft ได้แนะนำให้ผู้ใช้งานหันไปใช้ฟีเจอร์ Windows Backup แทน ซึ่งกระบวนการนี้แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เพราะผู้ใช้จำเป็นต้องอัปโหลดไฟล์และข้อมูลทั้งหมดขึ้นไปเก็บไว้บน OneDrive ก่อน จากนั้นจึงดาวน์โหลดลงมายังเครื่องใหม่ ข้อจำกัดที่สำคัญคือ พื้นที่ฟรีของ OneDrive ที่ให้มาเพียง 5GB เท่านั้น ซึ่งอาจไม่เพียงพอสำหรับการย้ายข้อมูลทั้งหมดของผู้ใช้ส่วนใหญ่ ทำให้ผู้ใช้อาจต้องเสียค่าบริการเพื่อซื้อพื้นที่เพิ่ม
🤔 แล้วมีทางเลือกอื่นไหม?
สำหรับผู้ใช้ที่ไม่สะดวกใจในการอัปโหลดข้อมูลส่วนตัวขึ้นคลาวด์ หรือมีข้อมูลขนาดใหญ่เกินกว่าพื้นที่ฟรีของ OneDrive จะมีทางเลือกเหลือเพียง 2 ทาง คือการย้ายไฟล์ด้วยตนเองแบบดั้งเดิม เช่น การคัดลอกไฟล์ใส่ External Hard Drive, USB Flash Drive หรือทำการแชร์ไฟล์ผ่าน Network Drive ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องใช้เวลาและความพยายามมากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
น่าเสียดายที่ Microsoft ไม่ได้ให้เหตุผลที่ชัดเจนว่าเหตุใดจึงตัดสินใจถอดฟีเจอร์ที่อำนวยความสะดวกนี้ออกไป การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จึงอาจสร้างความยุ่งยากให้กับผู้ใช้ที่กำลังวางแผนจะเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ในอนาคต
💬 เพื่อน ๆ คิดอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้? การบังคับใช้ OneDrive จะสร้างความสะดวกหรือความยุ่งยากมากกว่ากัน มาแชร์ความเห็นกันครับ