Technology newsroom
RAM แพงหูฉี่! 🛠️ ลองใช้วิธีเหล่านี้ก่อนตัดสินใจซื้อเพิ่ม ปรับจูน Windows ให้รีดประสิทธิภาพสูงสุด
ราคา RAM พุ่งสูงขึ้นจากกระแส AI บทความนี้นำเสนอแนวทางปรับจูน PC ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เพื่อรีดประสิทธิภาพ RAM ที่มีอยู่ให้สูงสุด โดยไม่ต้องเสียเงินอัปเกรด
📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- ราคา DRAM พุ่งสูงขึ้นเกือบ 90% ในไตรมาสแรกของปี 2026 จากกระแส AI Boom ทำให้ต้นทุน PC สูงขึ้นอย่างมาก
- ก่อนซื้อ RAM ใหม่ ควรตรวจสอบการตั้งค่าฮาร์ดแวร์พื้นฐาน เช่น การทำงานในโหมด Dual-channel และการเปิดใช้โปรไฟล์ XMP หรือ EXPO ใน UEFI เพื่อให้ RAM วิ่งเต็มความเร็ว
- ปรับจูนฝั่งซอฟต์แวร์โดยการหาและปิดโปรแกรมที่กิน RAM ในเบื้องหลัง ปิด Services ที่ไม่จำเป็นอย่าง SysMain และปรับแต่งเบราว์เซอร์กับฟีเจอร์ของ Windows เพื่อคืนหน่วยความจำให้ระบบ
สถานการณ์ราคาหน่วยความจำ (RAM) ในตลาดตอนนี้ถือว่าเข้าขั้นวิกฤตและมีราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนแล้ว สาเหตุหลักมาจากกระแส AI Boom ที่ทำให้โรงงานผลิต DRAM ต้องแบ่งกำลังการผลิตจำนวนมากไปให้กับ Data Center และอุปกรณ์เร่งความเร็ว AI ส่งผลให้ผู้ผลิต PC ทั่วไปต้องเผชิญกับปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาที่พุ่งสูงขึ้น ข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่าราคา DRAM สำหรับ PC ทั่วไปปรับตัวสูงขึ้นราว 90% ในไตรมาสแรกของปี 2026 และคาดการณ์ว่าราคาจะยังคงสูงไปจนถึงปี 2027 เป็นอย่างน้อย
💻 ตรวจสอบ Hardware และตั้งค่า UEFI
ก่อนที่จะทำอะไร สิ่งแรกที่ควรทำคือการตรวจสอบว่าระบบของคุณใช้ RAM ที่ติดตั้งไว้ได้เต็มประสิทธิภาพหรือไม่ โดยใช้คำสั่ง msinfo32 ในช่อง Run (Win+R) เพื่อดูข้อมูล Physical Memory ทั้งหมด จากนั้นใช้ Task Manager (Ctrl+Shift+Esc) ไปที่แท็บ Performance > Memory เพื่อดูว่ามีหน่วยความจำส่วนใดถูก "Reserved for hardware" หรือถูกจองไว้ให้การ์ดจอออนบอร์ดหรือไม่ หากตัวเลขนี้สูงผิดปกติอาจต้องตรวจสอบการตั้งค่าใน UEFI/BIOS
อีกหนึ่งจุดที่สำคัญคือการตรวจสอบว่า RAM ทำงานในโหมด Dual-channel หรือไม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มแบนด์วิดท์เป็นสองเท่าและเพิ่มประสิทธิภาพอย่างมหาศาล โดยเฉพาะในระบบที่ใช้การ์ดจอออนบอร์ด สามารถตรวจสอบได้จาก Task Manager ในช่อง "Slots in use" หรือใช้โปรแกรมฟรีอย่าง CPU-Z เพื่อความแน่นอน หากยังเป็น Single-channel ต้องสลับช่องเสียบ RAM ให้ถูกต้องตามคู่มือเมนบอร์ด (ส่วนใหญ่มักจะเป็นช่องที่ 2 และ 4) นอกจากนี้ อย่าลืมเข้าไปเปิดใช้งานโปรไฟล์ XMP (สำหรับ Intel) หรือ EXPO (สำหรับ AMD) ใน UEFI เพื่อให้ RAM ทำงานที่ความเร็วสูงสุดตามสเปกที่ระบุไว้
⚙️ ตามล่าโปรแกรมกิน RAM และปิด Service ที่ไม่จำเป็น
หลายครั้งที่ RAM ไม่พอ ไม่ได้เกิดจากโปรแกรมที่เราใช้งานอยู่ แต่มาจากโปรเซสที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ใช้ Task Manager จัดเรียงโปรเซสตามการใช้งาน Memory เพื่อดูว่าโปรแกรมไหนใช้หน่วยความจำมากที่สุด และลองไปที่แท็บ Details คลิกขวาที่หัวตารางแล้วเพิ่มคอลัมน์ "Committed Size" เพื่อดูว่าโปรแกรมนั้นๆ จองหน่วยความจำเสมือนไปเท่าไหร่ ซึ่งมักจะมากกว่าที่ใช้งานจริง
เราสามารถคืน RAM ให้ระบบได้โดยการปิดฟีเจอร์บางอย่างของ Windows ที่ไม่จำเป็น เช่น Widgets บน Taskbar (Widgets.exe), การทำ Index ของไฟล์เพื่อการค้นหาที่เร็วขึ้น หรือปิด Service ที่ชื่อว่า "SysMain" (หรือชื่อเดิม Superfetch) ซึ่งเป็นบริการที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานและโหลดโปรแกรมล่วงหน้าไว้ใน RAM การปิด Service นี้จะช่วยให้มี RAM ว่างมากขึ้น แต่อาจทำให้การเปิดโปรแกรมครั้งแรกหลังรีสตาร์ทช้าลงเล็กน้อย
🌐 ปรับแต่ง Browser และ Windows
เบราว์เซอร์คือโปรแกรมที่ใช้ RAM มากที่สุดในชีวิตประจำวัน เราสามารถลดการใช้งานได้โดยเปิดฟีเจอร์ประหยัดพลังงาน เช่น "Automatically put tabs to sleep" ใน Microsoft Edge หรือ "Memory Saver" ใน Google Chrome ส่วน Firefox ให้เข้าไปที่ about:config แล้วตั้งค่า browser.tabs.loadInBackground เป็น false เพื่อไม่ให้แท็บที่เปิดในเบื้องหลังโหลดข้อมูลจนกว่าเราจะคลิกเข้าไปดู
สำหรับ Windows 11 การปิดฟีเจอร์ AI ที่มาใหม่ก็ช่วยประหยัดทรัพยากรได้มาก เช่น Recall ที่คอยบันทึกหน้าจออยู่ตลอดเวลา หรือ Copilot ที่ทำงานเบื้องหลัง สามารถปิดได้ผ่าน PowerShell หรือ Group Policy Editor (gpedit.msc) และ Registry Editor (regedit) ตามลำดับ
💾 ตั้งค่า Page File ให้เหมาะสม
Page File (pagefile.sys) บน SSD/HDD ทำหน้าที่เป็นหน่วยความจำสำรองเมื่อ RAM หลักใกล้เต็ม ไม่ควรปิดการใช้งานเด็ดขาดเพราะจะทำให้ระบบไม่เสถียร แต่เราสามารถปรับแต่งได้ โดยเข้าไปที่ System Properties (พิมพ์ sysdm.cpl ในช่อง Run) > Advanced > Performance Settings > Advanced > Virtual memory > Change จากนั้นยกเลิกการจัดการอัตโนมัติ แล้วเลือกไดรฟ์ SSD ที่เร็วที่สุด กำหนดขนาด Initial และ Maximum size ให้เท่ากัน (แนะนำที่ 1.5 ถึง 3 เท่าของขนาด RAM จริง) เพื่อป้องกันไม่ให้ Windows ต้องคอยขยายขนาดไฟล์ ซึ่งจะช่วยลดภาระของระบบได้
💬 เพื่อนๆ มีเทคนิคประหยัด RAM นอกเหนือจากนี้กันบ้างไหมครับ? มาแชร์กันได้เลย!