Enterprise IT Support • Bangkok & Nationwide

Technology newsroom

Microsoft เปิดตัว Maia 300 ชิป AI รุ่นที่ 3! สถาปัตยกรรม Chiplet แรงขึ้น 7 เท่า ประหยัดไฟกว่าเดิม 🚀

Microsoft เปิดตัวชิป AI รุ่นที่สาม Maia 300 ใช้สถาปัตยกรรม Chiplet เพิ่มประสิทธิภาพการสร้างโทเคนสูงขึ้น 7 เท่า และประหยัดพลังงานกว่า GPU ถึง 40% พร้อมเทคโนโลยีใหม่ HBM4 และ MXFP4 เตรียมใช้งานจริงปี 2027

เรียบเรียงโดย SyncTech Solution เผยแพร่ อ้างอิง แหล่งข้อมูลต้นฉบับ
Microsoft เปิดตัว Maia 300 ชิป AI รุ่นที่ 3! สถาปัตยกรรม Chiplet แรงขึ้น 7 เท่า ประหยัดไฟกว่าเดิม 🚀

📌 สรุปประเด็นสำคัญ:
- Microsoft เปิดตัว Maia 300 ชิปประมวลผล AI รุ่นที่สาม ต่อยอดจากความสำเร็จของ Maia 100 และ 200
- ประสิทธิภาพการสร้างโทเคนสูงขึ้น 7 เท่าเมื่อเทียบกับรุ่นก่อน และประหยัดพลังงานกว่า GPU ถึง 40%
- อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ทั้งสถาปัตยกรรม Chiplet, ฟอร์แมตข้อมูล MXFP4 และหน่วยความจำ HBM4 รุ่นล่าสุด

Microsoft ได้ประกาศเปิดตัว Maia 300 ชิปเร่งการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI Accelerator) รุ่นที่สามอย่างเป็นทางการ โดยเป็นการพัฒนาต่อเนื่องจาก Maia 100 ที่เปิดตัวในปี 2023 และ Maia 200 ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2026 ซึ่งปัจจุบันได้ถูกนำไปใช้งานจริงในบริการหลายอย่างของบริษัท เช่น Copilot เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

Maia 300 ถือเป็นการอัปเกรดครั้งใหญ่จาก Maia 200 โดยมีความสามารถในการสร้างโทเคน (Token Generation) ได้มากกว่าเดิมถึง 7 เท่า (เมื่อเทียบกันทั้งแร็ค) และยังโดดเด่นในเรื่องการประหยัดพลังงาน โดยมีประสิทธิภาพด้าน โทเคนต่อเมกะวัตต์ (token/megawatt) ดีขึ้นกว่าการใช้ GPU ทั่วไปถึง 40% เลยทีเดียว

🏛️ สถาปัตยกรรมที่พัฒนาไปอีกขั้น
Microsoft ได้ต่อยอดสถาปัตยกรรมที่เรียกว่า Software Defined Locally Accessed Dataflow Architecture (SDLA) ซึ่งเป็นการแยกส่วนควบคุม (Control Path) ออกจากเส้นทางการส่งข้อมูล (Data Path) เพื่อให้ซอฟต์แวร์สามารถจัดการตำแหน่งข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับ Maia 300 ได้มีการนำสถาปัตยกรรม Chiplet มาใช้ โดยนำชิปหลายตัวมาต่อกัน พร้อมหน่วยความจำแบบ non-uniform memory access (NUMA) ที่วางไว้ใกล้หน่วยประมวลผลที่สุด เพื่อลดระยะทางการเคลื่อนย้ายข้อมูล ตอบโจทย์โมเดล AI ที่มี context ขนาดยาวและต้องการการใช้เหตุผลที่ซับซ้อน

✨ เทคโนโลยีใหม่ที่น่าจับตา
Maia 300 มาพร้อมกับฟอร์แมตข้อมูลแบบใหม่ที่เรียกว่า MXFP4 ซึ่งเป็นฟอร์แมตที่มีความละเอียดต่ำ (low precision) ช่วยลดการใช้หน่วยความจำและการเคลื่อนย้ายข้อมูล ทำให้สามารถรันโมเดลที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมี context ยาวขึ้นได้ นอกจากนี้ยังเปลี่ยนมาใช้หน่วยความจำ HBM4 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเพิ่มแบนด์วิดท์ได้มหาศาลถึง 18 TB/s หรือสูงกว่า HBM3E (7.1 TB/s) ถึง 2.5 เท่า

🔋 ประสิทธิภาพต่อวัตต์ที่เหนือกว่า
ด้วยการพัฒนาหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะเรื่องการประหยัดพลังงาน ทำให้ Microsoft สามารถเพิ่มความหนาแน่นของชิป Maia 300 ในตู้แร็คได้มากขึ้นถึง 2 เท่า จากเดิม 48 ตัว เป็น 96 ตัว ภายใต้การใช้พลังงานที่ 167 kW เท่าเดิม ส่งผลให้ประสิทธิภาพโดยรวมของทั้งแร็คสูงขึ้น 7 เท่า และมีประสิทธิภาพต่อวัตต์ดีขึ้น 2.5 เท่าเมื่อเทียบกับ Maia 200 โดย Microsoft ตั้งเป้าจะเริ่มใช้งาน Maia 300 จริงในปี 2027 ที่จะถึงนี้

💬 คิดว่าการมาของชิป AI จาก Microsoft จะเข้ามาท้าชิงบัลลังก์ของ NVIDIA ในตลาด Data Center ได้มากน้อยแค่ไหนครับ?

Let’s build what’s next

ระบบ IT ที่ดี เริ่มจากการเข้าใจธุรกิจของคุณ

เล่าโจทย์ให้ทีมวิศวกรของเราฟัง แล้วรับแนวทางเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย